การเก็บสเต็มเซลล์ของตนเองจำเป็นแค่ไหน

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) สายสะดือทารกมีประโยชน์อย่างไร

การเก็บรักษาสเต็มเซลล์ (Stem Cell) สายสะดือทารกมีประโยชน์แค่ไหนอย่างไร สเต็มเซลล์ชนิดที่ได้จากสายสะดือทารกและใช้ในทางการแพทย์มานานแล้วคือสเต็มเซลล์เม็ดเลือดใช้สร้างระบบเลือดขึ้นมาใหม่ นำไปใช้รักษาโรคระบบเลือดหลายชนิด อย่างไรก็ดีผู้ประสงค์จะเก็บพึงเข้าใจว่า

1. การนำไปใช้ในการรักษานอกจากใช้ในโรคระบบเลือดโดยแพทย์ผู้ชำนาญพิเศษเฉพาะทางด้านโลหิตวิทยาแล้ว แพทยสภาถือว่าเป็นการวิจัยที่ต้องขออนุญา แพทย์ที่นำไปให้บริการหรือสนับสนุนให้เบิกไปใช้ในโรคที่อาจถูกสอบสวนทางจริยธรรมได้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงยืนยันจากราชวิทยาลัยที่แพทยสภารับรอง

2. ธนาคารสเต็มเซลล์ (Stem Cell) สายสะดือทารกในไทยมีหลายแห่งที่มีบริการเก็บเซลล์อีกชนิดจากรกที่เรียกว่า มีเซ็นไคมัลสเต็มเซลล์ (mesenchymal stem cell) เซลล์ชนิดนี้แม้มีการทำการวิจัยในหลายโรคแต่ยังไม่มีโรคที่วงการแพทย์ยอมรับว่าได้ผลหรือมีประโยชน์ในการรักษามากกว่า

3. การเก็บรักษาสเต็มเซลล์จะมีประโยชน์เช่นในคนครอบครัวที่มีประวัติโรคเลือด เผื่อใช้ปลูกถ่ายให้พี่น้อง ญาติ มีโอกาสเข้ากันได้สูงกว่าที่หาจากธนาคาร

4. ปัจจุบันการนำไปใช้ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลเกือบทั้งหมดเป็นการนำสเต็มเซลล์เม็ดเลือดไปปลูกถ่ายให้กับผู้อื่นไม่ใช่ให้กับตัวเอง เพราะถ้าเด็กเป็นโรคพันธุกรรมเช่นธาลัสซีเมียสเต็มเซลล์ที่เก็บก็มีความผิดปกติใช้ไม่ได้

5. ธนาคารสเต็มเซลล์ (Stem Cell) สายสะดือของเด็กทารกมี 2 แบบด้วยกัน นั้นก็คือธนาคารสาธารณะ และเก็บไว้ใช้เป็นการส่วนตัว การเก็บไว้ใช้เพื่อตัวเองนั้นยังคงเป็นที่โต้แย้งกันว่ามีประโยชน์จริงๆหรือ เนื่องจากมีโรคที่ใช้ได้ในปัจจุบันน้อยมาก

6. ปริมาณของสเต็มเซลล์ที่เก็บจากเลือดจากสายสะดือของทารกคนหนึ่งๆ นั้นเพียงพอแค่สำหรับรักษาเด็กหรือเยาวขน สำหรับผู้ใหญ่นั้นจะมีความจำเป็นต้องใช้ปริมาณสเต็มเซลล์มากกว่า